
คนนิบงได้อ่านบทความนพ.ประเวศ วะสี ได้ทึ่งต่อความกล้าที่ได้นำเสนอแนวติดของคนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ไม่ยอมคิดและนำไปปฏิบัติ
ท่านคงจะเห็นสภาพของผู้คนในสามจังหวัดที่ต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก และเห็นความทุกข๋ของคนในพื้นที่ที่จะต้องเป็นผู้ต้องสงสัย และบรรกาผู้ม่อำนาจ อาวุธ เข้าไปจับคุมเป็นรายวัน
สิ่งทีเราอยากเห็นคือความสันติสุข บนการยอมรับให่เกียรตืศักด์ศรีความเป็นมนุษย์ มิใช่เห็นแต่รถถัง ปืน และกองทหารที่มีอยู่ทั้วทุกตำบล
นายคณิตตำรวจผู้มาประจำการที่กรงปีนังบอกกับเราว่า”หากแก้ปัญหาให้มีการปกครองตนเองแบบเมืองพัทยาก็ดี และบรรดาตำรวจทหารควรเอาคนในพื้นที่ เพราะถ้าเอคนนอกมันจะเกิดการเข่นฆ่าไม่สิ้นสุด สมควรให้มีการเลือกตั้งผู้ว่า”
เวทีสาธารณสุขเปิดฟลอร์พรรคการเมืองขายนโยบายดับไฟใต้ขณะที่หมอประเวศแนะระบบปกครองตัวเอาเปรียบร่างกายคนที่ปอด ไต หัวใจต่างทำงานได้เอง แต่ต้องมีบูรณาการ เชื่อปกครองตัวเองไม่กระทบพระราชอำนาจอย่างที่หลายคนห่วง พร้อมประกาศเป็นคนกลางยำนโยบายดับไฟใต้พรรคต่างๆ เพื่อสร้างนโยบายกลาง วางข้อตกลงทุกพรรคหนุนพรรคที่ได้เป็นรัฐบาลเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพดับไฟใต้ วันนี้ (8 พ.ย.) ในเวทีสัมมนาการจัดการความรู้เพื่อสันติสุขภาวะพื้นที่ภาคใต้ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ซึ่งได้เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองต่างๆ ได้นำเสนอนโยบายในการแก้ปัญหาพรรคการเมือง โดยในตอนท้ายของการเสวนา นพ.ประเวศ วะสี ประธานมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) ได้เสนอให้แต่ละพรรคการเมืองจัดทำนโยบายกลางเพื่อแก้ปัญหาภาคใต้ นพ.ประเวศ กล่าวว่า การอยู่ร่วมกันโดยสันติน่าจะเป็นอุดมการณ์สูงสุดของมนุษย์ แต่ตอนนี้มักเอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง โดยติดอยู่ในมายาคติต่างๆ แล้วเกิดความขัดแย้งรุนแรงดังที่เห็นในประเทศต่างๆ นอกจากนี้ ระบบการอยู่ร่วมกันที่ดีที่สุดเปรียบเทียบกับร่างกายของมนุษย์ อันเป็นผลของวิวัฒนาการพันล้านปีแต่ละอวัยวะไม่เหมือนกัน มีอัตลักษณ์ของตัว ไต หัวใจ ปอดล้วนต่างกัน ระบบของรัฐไปทำลายอัตลักษณ์ตรงนี้ ตนเห็นว่าอวัยวะแต่ละอย่างจะต้องมีการปกครองตัวเอง (ออโตโนมี) หัวใจก็ต้องเต้นเองได้ ถ้ารอให้พร้อมกับอวัยอื่นก็จะตาย หลักการดังกล่าวนี้ก็เหมือนกับสังคมที่จะต้องมีอัตภิบาล แต่ก็จะต้องมีบูรณาการเป็นหนึ่งเดียว เราจึงเป็นคนอย่างนี้ได้ นี่เป็นหลักการสำคัญของการอยู่ร่วมกัน “แต่เรามักจะห้ามพูดกันถึงประเด็นนี้ เพราะพูดไม่ได้ กลัวจะไปกระทบพระราชอำนาจบ้าง กระทบนั่นบ้าง ผมคิดว่าน่าจะพูดได้ การมีออโตโนมีก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รักในหลวง หากไม่มีประชาธิปไตยพระองค์ก็คงไม่มีความสุขหรอก” นพ.ประเวศ ยังได้มีข้อเสนอต่อพรรคการเมืองว่า จะต้องทำงานร่วมกัน โดยนำข้อเสนอของแต่ละพรรคมาสังเคราะห์ร่วมกัน และร่วมกันลงนามกันเป็นนโยบายร่วมกันของทุกพรรค โดยมีข้อตกลงกันว่า ไม่ว่าพรรคใดเป็นรัฐบาลพรรคอื่นๆ จะร่วมกันดำเนินนโยบายดังกล่าวร่วมกันหากทำเช่นนี้ได้สังคมจะดีใจมาก ส่วนวงการวิชาการจะนำองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นเอกภาพ หากว่าใครเป็นรัฐบาลแล้วมีการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน สังคมจะมีเอกภาพในการแก้ปัญหา เขากล่าวต่อว่า ในเบื้องต้น หลังจากที่นำนโยบายของแต่ละพรรคไปสังเคราะห์ร่วมกันแล้ว ก็ให้หัวหน้าพรรคมาร่วมหารือและประกาศว่าจะร่วมกันแก้ปัญหาภาคใต้ร่วมกัน ตนยินดีร่วมเป็นพยานในการลงนามดังกล่าว ถ้าเราช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยสร้างให้คนในพื้นที่อยู่ในหลักการของศาสนาและมีความก้าวหน้าทางการศึกษาด้วยจะมีส่วนในการสร้างสันติภาพของโลกได้ เพราะความขัดแย้งในขณะนี้ แม้แต่มหาอำนาจอำนาจอเมริกาก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ท่านคงจะเห็นสภาพของผู้คนในสามจังหวัดที่ต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก และเห็นความทุกข๋ของคนในพื้นที่ที่จะต้องเป็นผู้ต้องสงสัย และบรรกาผู้ม่อำนาจ อาวุธ เข้าไปจับคุมเป็นรายวัน
สิ่งทีเราอยากเห็นคือความสันติสุข บนการยอมรับให่เกียรตืศักด์ศรีความเป็นมนุษย์ มิใช่เห็นแต่รถถัง ปืน และกองทหารที่มีอยู่ทั้วทุกตำบล
นายคณิตตำรวจผู้มาประจำการที่กรงปีนังบอกกับเราว่า”หากแก้ปัญหาให้มีการปกครองตนเองแบบเมืองพัทยาก็ดี และบรรดาตำรวจทหารควรเอาคนในพื้นที่ เพราะถ้าเอคนนอกมันจะเกิดการเข่นฆ่าไม่สิ้นสุด สมควรให้มีการเลือกตั้งผู้ว่า”
เวทีสาธารณสุขเปิดฟลอร์พรรคการเมืองขายนโยบายดับไฟใต้ขณะที่หมอประเวศแนะระบบปกครองตัวเอาเปรียบร่างกายคนที่ปอด ไต หัวใจต่างทำงานได้เอง แต่ต้องมีบูรณาการ เชื่อปกครองตัวเองไม่กระทบพระราชอำนาจอย่างที่หลายคนห่วง พร้อมประกาศเป็นคนกลางยำนโยบายดับไฟใต้พรรคต่างๆ เพื่อสร้างนโยบายกลาง วางข้อตกลงทุกพรรคหนุนพรรคที่ได้เป็นรัฐบาลเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพดับไฟใต้ วันนี้ (8 พ.ย.) ในเวทีสัมมนาการจัดการความรู้เพื่อสันติสุขภาวะพื้นที่ภาคใต้ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ซึ่งได้เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองต่างๆ ได้นำเสนอนโยบายในการแก้ปัญหาพรรคการเมือง โดยในตอนท้ายของการเสวนา นพ.ประเวศ วะสี ประธานมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) ได้เสนอให้แต่ละพรรคการเมืองจัดทำนโยบายกลางเพื่อแก้ปัญหาภาคใต้ นพ.ประเวศ กล่าวว่า การอยู่ร่วมกันโดยสันติน่าจะเป็นอุดมการณ์สูงสุดของมนุษย์ แต่ตอนนี้มักเอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง โดยติดอยู่ในมายาคติต่างๆ แล้วเกิดความขัดแย้งรุนแรงดังที่เห็นในประเทศต่างๆ นอกจากนี้ ระบบการอยู่ร่วมกันที่ดีที่สุดเปรียบเทียบกับร่างกายของมนุษย์ อันเป็นผลของวิวัฒนาการพันล้านปีแต่ละอวัยวะไม่เหมือนกัน มีอัตลักษณ์ของตัว ไต หัวใจ ปอดล้วนต่างกัน ระบบของรัฐไปทำลายอัตลักษณ์ตรงนี้ ตนเห็นว่าอวัยวะแต่ละอย่างจะต้องมีการปกครองตัวเอง (ออโตโนมี) หัวใจก็ต้องเต้นเองได้ ถ้ารอให้พร้อมกับอวัยอื่นก็จะตาย หลักการดังกล่าวนี้ก็เหมือนกับสังคมที่จะต้องมีอัตภิบาล แต่ก็จะต้องมีบูรณาการเป็นหนึ่งเดียว เราจึงเป็นคนอย่างนี้ได้ นี่เป็นหลักการสำคัญของการอยู่ร่วมกัน “แต่เรามักจะห้ามพูดกันถึงประเด็นนี้ เพราะพูดไม่ได้ กลัวจะไปกระทบพระราชอำนาจบ้าง กระทบนั่นบ้าง ผมคิดว่าน่าจะพูดได้ การมีออโตโนมีก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รักในหลวง หากไม่มีประชาธิปไตยพระองค์ก็คงไม่มีความสุขหรอก” นพ.ประเวศ ยังได้มีข้อเสนอต่อพรรคการเมืองว่า จะต้องทำงานร่วมกัน โดยนำข้อเสนอของแต่ละพรรคมาสังเคราะห์ร่วมกัน และร่วมกันลงนามกันเป็นนโยบายร่วมกันของทุกพรรค โดยมีข้อตกลงกันว่า ไม่ว่าพรรคใดเป็นรัฐบาลพรรคอื่นๆ จะร่วมกันดำเนินนโยบายดังกล่าวร่วมกันหากทำเช่นนี้ได้สังคมจะดีใจมาก ส่วนวงการวิชาการจะนำองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นเอกภาพ หากว่าใครเป็นรัฐบาลแล้วมีการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน สังคมจะมีเอกภาพในการแก้ปัญหา เขากล่าวต่อว่า ในเบื้องต้น หลังจากที่นำนโยบายของแต่ละพรรคไปสังเคราะห์ร่วมกันแล้ว ก็ให้หัวหน้าพรรคมาร่วมหารือและประกาศว่าจะร่วมกันแก้ปัญหาภาคใต้ร่วมกัน ตนยินดีร่วมเป็นพยานในการลงนามดังกล่าว ถ้าเราช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยสร้างให้คนในพื้นที่อยู่ในหลักการของศาสนาและมีความก้าวหน้าทางการศึกษาด้วยจะมีส่วนในการสร้างสันติภาพของโลกได้ เพราะความขัดแย้งในขณะนี้ แม้แต่มหาอำนาจอำนาจอเมริกาก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น